
ไร่กาแฟของเรา
ไร่กาแฟของเรา ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยทิวเขาสวยงาม บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลที่เหมาะสมกับการปลูกต้นกาแฟอราบิก้า อีกทั้งยังเป็นภูมิประเทศที่อุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้มีปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะ มีดินที่อุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพดี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อรสชาติ และคุณภาพของกาแฟของเรา
กาแฟที่ยอดเยี่ยม
จุดเริ่มต้นของกาแฟที่มีคุณภาพ มาจากเกษตรกรที่ทุ่มเทและให้ความสำคัญในการแสวงหาความรู้ในการปลูกกาแฟ จึงถือเป็นการผสานความร่วมมือที่สำคัญที่เราและเกษตรกรจะได้จัดการทรัพยากรที่มีอยู่ มาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเพาะปลูกเพื่อให้ได้กาแฟที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล
ทำไมต้องออร์แกนิก?
เริ่มต้นจากยอดเขาเหนือระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร
เพราะกาแฟที่ดี เริ่มจากการปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม The Coffeenery และ ไร่กาแฟของเรา จึงสนับสนุน และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟแบบออร์แกนิก เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะทางธรรมชาติ และร่วมรักษาป่าต้นน้ำด้วยการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ไร่กาแฟของเรา ทั้งไร่ดอยเมฆ และไร่สะเก็ดดาว นั้นจึงผ่านกระบวนการปลูกรูปแบบออร์แกนิก ที่ไม่มีการใช้สารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งเเวดล้อม เพื่อช่วยรักษาธรรมชาติและป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน
การปลูกกาแฟในลักษณะนี้จะช่วยชะลอการสุกของเชอร์รีกาแฟ เพราะต้นกาแฟสามารถเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ที่มีส่วนช่วยให้กาเเฟได้รับเเสงในปริมาณที่เหมาะสมไม่สุกเร็วจนเกินไป ทำให้เชอร์รีกาแฟมีระยะเวลาในการสะสมสารอาหารสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของกาแฟ ทำให้กาแฟมีรสชาติที่ดีเพิ่มขึ้น
การปลูกกาเเฟโดยไม่พึ่งพาสารเคมี นอกจากจะปลอดภัยกับผู้บริโภคเเล้ว ยังเป็นการรักษาป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีสารพิษเจือปนลงในดินเเละน้ำ ดั้งนั้นผลผลิตที่ได้จึงมีคุณภาพสูง ด้วยความตั้งใจของ The Coffeenery ในการยกระดับกาเเฟไทยให้สามารถเเข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างภาคภูมิ The Coffeenery จึงได้รับการรับรองเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากลของทั้ง USDA สหรัฐอเมริกา และ EU สหภาพยุโรป เป็นความภาคภูมิใจ และเป็นสิ่งการันตีที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
ไร่ของเรา

สถานีต้นกล้ากาแฟ

ไร่ดอยเมฆ

ไร่สะเก็ดดาว
ไร่กาแฟของเรา
ไร่กาแฟของเราเป็นไร่กาแฟออร์แกนิก โดยปลูกไปพร้อมกับการดูแลป่าควบคู่กันไป โดยการปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ และปลูกต้นกาแฟใต้ต้นไม้ใหญ่ บนสภาพอากาศที่เหมาะสม
ผลผลิตของเราจึงได้คุณภาพและได้มาตรฐาน เมล็ดกาแฟที่ผ่านการปลูกใต้ร่มไม้ใหญ่ (Shade-Grown) จะทำให้ได้เมล็ดกาแฟอราบิกา ที่มีคุณภาพและรสชาติดี
การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ (shade-grown) นอกจากจะได้กาแฟที่มีคุณภาพดีแล้ว, ยังเป็นการช่วยรักษาป่าไม้ไว้กับชุมชนอีกด้วย
กาแฟออร์แกนิก
- ป่าไม้ถูกทำลายจากการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยพื้นที่โล่งและแสงแดดจัด
- กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่ช่วยดูแลป่า เพราะต้องอาศัยร่มเงาของไม้ใหญ่
- ระบบกาแฟออร์แกนิกช่วยรักษาธรรมชาติและป่าต้นน้ำ
- กาแฟออร์แกนิกเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาด
โครงการกาแฟดูแลป่า
- วัตถุประสงค์ของโครงการกาแฟดูแลป่า
- พื้นที่โครงการกาแฟดูแลป่า
มาตรฐานการประกันคุณภาพภายในเพื่อการรับรองผลิตผลกาแฟออร์แกนิก
หลักการทั่วไป
ห้ามใช้สารเคมีทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี, สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และฮอร์โมนสังเคราะห์
พื้นที่การใช้ผลิตที่ใช้ทำเกษตรอินทรีย์ ต้องไม่เป็นพื้นที่ที่มาจากการเปิดป่าชั้นต้น และระบบนิเวศดั้งเดิม (Primary Ecosystem)
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงการผลิตภายในไร่ เช่น การลดหรือขยายพื้นที่การผลิต ผู้ผลิตจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ โครงการกาแฟดูแลป่าทราบโดยทันที
ห้ามใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสิ่งมีชีวิต ดัดแปลงพันธุกรรม ในกระบวนการผลิต และแปรรูปกาแฟ
ต้นกล้ากาแฟที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร?
- มีสายพันธ์ที่มีคุณภาพ คือ ให้ผลิผลิตดี และต้านทานต่อโรคได้ดี ตรงตามสายพันธุ์ และเมล็ดพันธุ์ที่นำมาเพาะ ต้นกล้ามีใบรับรองสายพันธุ์
- มีนักวิชาการดูแลการเพาะเลี้ยงต้นกล้าทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด
- มีระบบควบคุมการผลิตต้นกล้า ด้วยโรงเรือนที่ทันสมัย (Greenhouse)
- ให้ผลผลิตสูง คุ้มค่าต่อการลงทุน และคุ้มค่าต่อเวลาที่ต้องเสียไปในการปลูก เพราะต้นกาแฟจะให้ผลผลิต เมื่อมีอายุ 4 ปี ขึ้นไป
- มีหน่วยงานที่ให้บริการความรู้ และคำแนะนำ ดีๆ ตลอดเวลา
ไร่ดอยเมฆ
ไร่กาแฟดอยเมฆแห่งแรกของพวกเรา ซึ่งหมายถึงขุนเขาที่เต็มไปด้วยหมอกเมฆ หรือหมอกฟ้า ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 แวดล้อมไปด้วยเนินเขาอันเขียวชอุ่มของดอยเชียงดาว ปัจจุบันเรามีต้นกาแฟที่ไร่ดอยเมฆมากกว่า 140,000 ต้น
แม้ว่าไร่ดอยเมฆของเราจะมีพืชหลักคือต้นกาแฟ ทว่ายังคงมีต้นชาให้เหล่าคนรักชาได้ชื่นชมอีกด้วย
ไร่ดอยเมฆแวดล้อมไปด้วยเนินเขาที่งดงามครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ไร่ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,400 เมตร ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและพื้นดินที่ปลอดการใช้สารเคมี ซึ่งเหมาะกับการปลูกพืชแบบออร์แกนิกและมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีที่ 28˚ องศา
เราเริ่มต้นด้วยต้นกาแฟเพียง 25,000 ต้น ก่อนที่จะกลายมาเป็น 140,000-150,000 ต้นในปัจจุบัน โดยมีทีมงานและเกษตรกรคอยดูแลอยู่ประมาณ 20 คน นอกจากนี้ที่ไร่ดอยเมฆยังมีต้นชาอีก 30,00 ต้น โดยให้ผลผลิตกาแฟเชอร์รีที่มากถึง 150 ตันต่อปี จากกาแฟสองสายพันธุ์ และใบชาอีก 15 ตันต่อปี
ไร่สะเก็ดดาว
ไร่กาแฟที่สองของเราหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “ไร่สะเก็ดดาว” ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 200 ไร่ ปลูกใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ในพื้นที่ของอำเภอดอยสะเก็ด และอยู่ภายใต้ผืนฟ้าที่มีดาวส่องแสงระยิบระยับ ในทุกค่ำคืน ไร่สะเก็ดดาวอยู่ห่างจาก PANA Coffee เพียง 45 นาที ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเราจะนำกาแฟเชอรี่มาแปรรูป
พื้นที่กว่า 200 ไร่ของ ไร่สะเก็ดดาว ตั้งอยู่ในอำเภอดอยสะเก็ด เกิดขึ้นภายหลังจากการก่อตั้งไร่ดอยเมฆได้หนึ่งปี ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทีมงานของเราจำนวน 15-20 คน ที่ดูแลต้นกาแฟจำนวน 110,000 ต้น รวมถึงต้นชาอีก 4,100 ต้น จากที่เดิมทีเราเริ่มต้นจากต้นกาแฟเพียง 5,000 ต้น เนื่องจากไร่ของเราได้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระทั่งตอนนี้เราสามารถได้ผลผลิตกาแฟเชอร์รี 100 ตัน และใบชาอีกประมาณ 555 กิโลกรัม
พื้นดินตามธรรมชาติและป่าดงดิบที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,000 – 1,400 เมตร ให้ร่มเงาที่เหมาะสมและอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 28˚ องศา เพื่อการปลูกกาแฟออร์แกนิกที่ปลอดการใช้สารเคมี
ไร่กาแฟ ไร่กาแฟเชียงใหม่ ไร่กาแฟวิวสวย เที่ยวไร่กาแฟ รีสอร์ท ไร่รีสอร์ท รีสอร์ทกาแฟ ทัวร์ไร่กาแฟ ทัวร์รีสอร์ท ปลูกกาแฟ เทียวชมกาแฟ เรียนรู้กาแฟ
